Website Banner
 

 
 
Gac Fruit (ฟักข้าว)
“Fruit from Heaven”
มหัศจรรย์แห่งผลไม้

พูดถึงฟักข้าว (Gac fruit) พวกเราคนรุ่นใหม่คงไม่รู้จัก ในอดีตเราบริโภคฟักข้าวโดยใช้ยอดอ่อนและผลอ่อนมานึ่งหรือลวกจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยังใช้ผลอ่อนมาปรุงเป็นแกงเลียงหรือแกงส้มทาน
    ถ้าพูดถึงสารอาหารในฟักข้าวตามความรู้ทางวิชาการสมัยใหม่ก็ต้องบอกว่า ฟักข้าวประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หรือต้านออกซิเดชั่นที่ดีมาก    ฟักข้าว (Gac fruit) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Momordica cochinchinensis Spreng มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย เวียดนาม จีน พม่า ลาว บังคลาเทศ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แต่คนเวียดนามจะนิยมการบริโภคฟักข้าวมากกว่าชาติอื่น มีการนำเยื่อหุ้มเมล็ดซึ่งมีสีแดงเข้มผสมกับข้าวเหนียว หุงรับประทานในวาระงานมงคลต่างๆ  เช่น ปีใหม่ งานแต่งงาน ชาวเวียดนามเรียกฟักข้าวว่า แก๊ก (GAC)    
   
ฟักข้าว
(Gac fruit)
เป็นพืชที่มีคุณประโยชน์แสนมหัศจรรย์ กว่าพืชอื่นๆ คือ มีปริมาณสารเบต้า-แคโรทีนมากกว่าแครอท10 เท่า มีปริมาณสารไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศ 70 เท่า * ด้วยสุดยอดของสารไลโคปีน, แบต้าแคโรทีนและซีแอ็คแซนทีนที่อยู่ในรูปของกรดไขมันนาโนแบบธรรมชาติที่เรียกว่าLipocarotenes อันเป็นสภาวะที่ร่างกายเราสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้(Bioavailable)ได้ดีกว่าพืชทั่วไป นอกจากนี้ฟักข้าวยังมีวิตามินอีสูง ฟักข้าว (Gac fruit) จึงถูกขนานนามว่า ผลไม้เทพประทาน หรือ Fruit from Heaven

คุณประโยชน์ 
 
    เบต้า-แคโรทีน (Beta carotene) เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอฟซินในดวงตาส่วนเรตินา ทำให้มีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย เบต้าแคโรทีนยังให้ผลในการลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมูลอิสระซึ่งช่วยชะลอความแก่          
   
ไลโคปีน
(Lycopene) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก การได้รับสารไลโคปีนในปริมาณที่สูงยังช่วยลดโคเลสเตอรอลหรือ LDL ที่มีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจ จากผลการวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารที่มีไลโคปีนเป็นประจำจะลดอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของเส้นเลือดตีบและหัวใจวาย นอกจากนี้ยังสามารถช่วยสร้างภูมิต้านทานในการต่อสู้กับโรคหืดหอบได้อีกด้วย       ไลโคปีน เป็น carotenoid ไม่ถูกทำลายระหว่างการแปรรูปอาหารเหมือนเบต้าแคโรทีน ทั้งยังดูดซึมได้ดี ร่างกายของเราไม่ผลิตไลโคปีน ด้งนั้นเราจึงต้องทานไลโคปีนเข้าไปจากผัก ผลไม้หรืออาหารเสริม      
   
วิตามินเอ (
Retinol)
ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness)      
   
วิตามินซี (
Ascorbic acid)
ช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างผนังเซล ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง  และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน            
    วิตามินอี
(Alpha-tocopherol) มี่สวนช่วยในกระบวนการต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยชลอความชรา

    เครื่องดื่มน้ำฟักข้าวจึงมีประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในเรื่องต้านอนุมูลอิสระและเรื่องการบำรุงสายตา จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ
ดื่มเป็นประจำทุกวัน
    ผิวสวย สุขภาพแข็งแรง (Rehabilitate Skin)    
   
ช่วยลดโคเลสเตอรอล
(Reducing Cholesterol)    
   
ชะลอความชราก่อนวัยอันควร
(Anti-aging)     
   
ช่วยในการมองเห็น
(Improve eyes sight)     
   
เสริมสร้างภูมิต้านทาน
(Improve immune system)
    ลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งในต่อมลูกหมาก (Antioxidants to protect cancer)

งานวิจัยเกี่ยวกับฟักข้าว   
    การวิจัยในประเทศญี่ปุ่นพบว่าโปรตีนจากสารสกัดจากผลฟักข้าวยับยั้งการขยายของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง   
    งานวิจัยในประเทศจีนพบว่าโปรตีนจากเมล็ดมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับ มีฤทธิ์ ป้องกันมะเร็ง   
    งานการวิจัยทางคลินิกของมหาวิทยาลัยฮานอยที่เวียดนาม พบว่าน้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ     
    คณะนักวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้ร่วมกันศึกษาเรื่องการนำน้ำมันของเยื่้อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคไขมันระดับนาโน มาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอย ซึ่งจากการทดสอบก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และทำให้งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับรางวัล "
IFSCC Host Society Award 2011" จากงานประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ 2011 (IFSCC 2011)
    งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี และได้ทำการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว     
   
ล่าสุดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ทำการศึกษาวิจัยการใช้ประโยชน์จากฟักข้าว ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

Reference : * Ishida, B.K.,Turner, C., Chapman, M.H.,McKeon, T., 2004. Fatty acid and carotenoid composition of gac (Momordica cochinchinensis Spreng) fruit. Journal of Agricultural Food Chemistry 52, 274-279.

ขอบคุณข้อความดีๆจากกระปุกดอทคอม, มูลนิธิหมอชาวบ้าน
Current Pageid = 2